Site icon UNION CONMAT |

ฉนวนกันเสียงติดตรงไหนได้บ้าง? เลือกฉนวนสำหรับผนัง ฝ้า เพดาน

ฉนวนกันเสียงสำหรับติดตั้งผนัง ฝ้า และเพดาน ช่วยลดเสียงรบกวนภายในอาคาร

ฉนวนกันเสียงสำหรับติดตั้งผนัง ฝ้า และเพดาน ช่วยลดเสียงรบกวนภายในอาคาร

ฉนวนกันเสียงสามารถติดตั้งได้ทั้งผนัง ฝ้า เพดาน หลังคา และพื้นที่ภายในอาคาร โดยตำแหน่งที่ควรติดตั้งขึ้นอยู่กับว่าเสียงรบกวนเดินทางมาจากทิศทางใด หากได้ยินเสียงจากห้องข้างเคียงควรเน้นผนัง แต่ถ้าเป็นเสียงจากชั้นบนหรือบริเวณหลังคา ควรพิจารณาระบบฝ้าและเพดานร่วมด้วย การเลือกฉนวนจึงไม่ควรดูเฉพาะชนิดวัสดุ แต่ต้องพิจารณาต้นทางของเสียง โครงสร้างอาคาร ความหนา และระบบผนังหรือฝ้าที่ใช้ร่วมกัน เพื่อให้ลดเสียงได้ตรงกับปัญหา

ฉนวนกันเสียงติดตรงไหนได้บ้าง แต่ละตำแหน่งต่างกันอย่างไร?

ก่อนเลือกวัสดุควรแยกให้ออกว่าเสียงเข้ามาทางไหน เพราะการติดฉนวนผิดตำแหน่งอาจช่วยลดเสียงได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากยังไม่แน่ใจเรื่องหลักการทำงาน สามารถทำความเข้าใจพื้นฐานว่าฉนวนกันเสียงคืออะไร? และแตกต่างจากวัสดุดูดซับเสียงอย่างไร ก่อนวางระบบลดเสียงให้เหมาะกับพื้นที่

1. ผนังระหว่างห้อง

เหมาะกับพื้นที่ที่มีปัญหาเสียงพูด เสียงโทรทัศน์ หรือเสียงกิจกรรมจากห้องข้างเคียง โดยทั่วไปฉนวนจะติดตั้งอยู่ภายในช่องผนัง เช่น ผนังโครงคร่าวที่ปิดทับด้วยแผ่นผนัง เพื่อช่วยดูดซับพลังงานเสียงภายในช่องว่างและลดการส่งผ่านเสียง

พื้นที่ที่มักใช้ ได้แก่ ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องพัก และพื้นที่สำนักงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านเสียง

2. ฝ้าและเพดาน

หากเสียงมาจากพื้นที่เหนือฝ้า ระบบฝ้าเพดานเป็นอีกตำแหน่งที่ควรให้ความสำคัญ สามารถวางฉนวนเหนือฝ้าหรือติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบบฝ้า เพื่อลดเสียงที่เดินทางผ่านช่องเหนือฝ้าและช่วยควบคุมเสียงภายในห้อง

สำหรับอาคารที่มีงานระบบจำนวนมาก ควรใส่ใจบริเวณช่องเปิด โคมไฟ ท่อ และรอยต่อด้วย เพราะเสียงสามารถเล็ดลอดผ่านจุดเหล่านี้ได้แม้ติดฉนวนไว้แล้ว

3. หลังคาและพื้นที่ใต้หลังคา

พื้นที่ใต้หลังคาสามารถมีทั้งปัญหาเสียงจากภายนอกและความร้อน การเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติด้านเสียงและความร้อนจึงช่วยตอบโจทย์ได้มากกว่าหนึ่งด้าน โดยควรเลือกชนิดและความหนาให้สัมพันธ์กับระบบหลังคาและฝ้าที่ใช้งานจริง

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการลดเสียงอย่างจริงจัง เช่น ห้องประชุม ห้องซ้อมดนตรี อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่อุตสาหกรรม สามารถดูฉนวนกันเสียง ROCKWOOL ซึ่งมีโครงสร้างเส้นใยที่ช่วยดูดซับเสียงและสามารถนำไปใช้กับงานผนัง หลังคา และพื้นได้

เลือกฉนวนกันเสียงสำหรับผนัง ฝ้า เพดานอย่างไร?

ประสิทธิภาพการลดเสียงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉนวนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบโดยรวม ทั้งชนิดและความหนาของฉนวน โครงสร้างผนังหรือฝ้า ช่องว่างอากาศ และการปิดรอยต่อ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่อง

  • ตำแหน่งต้นทางของเสียง เสียงจากห้องข้างเคียงควรจัดการที่ผนัง ส่วนเสียงจากด้านบนควรตรวจสอบฝ้าและเพดาน
  • ลักษณะเสียงรบกวน เสียงพูด เสียงเครื่องจักร เสียงกระแทก และเสียงความถี่ต่ำมีพฤติกรรมการส่งผ่านต่างกัน
  • พื้นที่ติดตั้ง ตรวจสอบความหนาของช่องผนังหรือเหนือฝ้าว่าสามารถรองรับฉนวนได้เท่าใด
  • ระบบที่ใช้ร่วมกัน ฉนวนควรทำงานร่วมกับผนัง ฝ้า โครงคร่าว และการปิดรอยต่ออย่างเหมาะสม ไม่ควรพิจารณาวัสดุเพียงชิ้นเดียว

อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ การดูดซับเสียงกับการกั้นเสียงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน วัสดุเส้นใยอย่างใยหินช่วยดูดซับพลังงานเสียงภายในระบบได้ดี แต่หากต้องการลดการส่งผ่านเสียงระหว่างห้อง ประสิทธิภาพสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างผนังหรือฝ้าทั้งชุดด้วย

ทำไม ROCKWOOL จึงเหมาะกับงานผนังและฝ้าบางประเภท?

ฉนวนใยหินมีโครงสร้างเส้นใยและช่องอากาศจำนวนมาก เมื่อคลื่นเสียงเดินทางเข้าสู่เนื้อวัสดุ พลังงานเสียงส่วนหนึ่งจะถูกดูดซับ ทำให้ช่วยลดเสียงสะท้อนและลดพลังงานเสียงที่เดินทางผ่านระบบได้

ROCKWOOL รุ่น RockSafe Plus ที่ Union Conmat จัดจำหน่ายสามารถใช้ในงานที่ต้องการคุณสมบัติด้านการดูดซับเสียงควบคู่กับการป้องกันความร้อนและงานที่ให้ความสำคัญกับการทนไฟ เหมาะกับการประยุกต์ใช้ในอาคารพักอาศัย สำนักงาน อาคารพาณิชย์ และงานอุตสาหกรรม โดยควรเลือกความหนาและรูปแบบการติดตั้งตามลักษณะงานจริง

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกฉนวนจากคำว่า กันเสียง เพียงอย่างเดียว หากเป็นห้องที่ต้องการความเงียบสูง ควรพิจารณาระบบผนังหรือฝ้าทั้งชุด รวมถึงประตู หน้าต่าง ช่องงานระบบ และรอยต่อ เพราะจุดรั่วเล็ก ๆ สามารถกลายเป็นทางผ่านของเสียงได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉนวนกันเสียง

ฉนวนกันเสียงติดผนังเดิมได้หรือไม่?

ทำได้ แต่ต้องดูโครงสร้างผนังเดิมและพื้นที่สำหรับติดตั้ง หากเป็นผนังก่ออิฐหรือผนังคอนกรีต อาจต้องเพิ่มโครงคร่าวและชั้นผนังเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับฉนวน การเพิ่มฉนวนเพียงอย่างเดียวโดยไม่จัดการรอยต่อหรือทางผ่านของเสียงอาจให้ผลไม่เต็มที่

ติดฉนวนเหนือฝ้าช่วยลดเสียงจากชั้นบนได้ไหม?

ช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเสียงที่เดินทางผ่านอากาศ แต่ถ้าเป็นเสียงกระแทกจากการเดิน ลากเก้าอี้ หรือของตก เสียงอาจส่งผ่านโครงสร้างอาคารโดยตรง จึงอาจต้องแก้ระบบพื้นหรือโครงสร้างร่วมด้วย ไม่ควรคาดหวังให้ฉนวนเหนือฝ้าแก้เสียงกระแทกได้ทั้งหมด

ฉนวนยิ่งหนายิ่งกันเสียงดีเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ความหนามีผลต่อการดูดซับเสียง แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ความหนาแน่น ช่องว่าง และระบบผนังหรือฝ้าที่ติดตั้งร่วมกัน การเพิ่มความหนาโดยไม่แก้จุดรั่วของเสียงอาจไม่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นตามที่คาด

บ้านกับโรงงานควรใช้ฉนวนกันเสียงแบบเดียวกันหรือไม่?

ไม่จำเป็น บ้านมักพบเสียงพูด โทรทัศน์ หรือเสียงจากพื้นที่ข้างเคียง ขณะที่โรงงานอาจมีเสียงเครื่องจักรและระดับเสียงที่แตกต่างกัน จึงควรประเมินแหล่งกำเนิดเสียง ความถี่ ระดับเสียง และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก่อนเลือกฉนวนและออกแบบระบบ

เลือกฉนวนให้ตรงตำแหน่ง ช่วยจัดการปัญหาเสียงได้ตรงจุด

การติดฉนวนกันเสียงควรเริ่มจากหาต้นทางของเสียงก่อน แล้วจึงพิจารณาว่าควรติดตั้งบริเวณผนัง ฝ้า เพดาน หรือพื้นที่อื่น พร้อมเลือกความหนาและระบบติดตั้งให้เหมาะสม เพราะประสิทธิภาพในการลดเสียงเกิดจากองค์ประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ฉนวนเพียงชิ้นเดียว บริษัท ยูเนี่ยน คอนแมท จำกัด จำหน่ายฉนวนกันความร้อนและฉนวนกันเสียง พร้อมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับงานติดตั้ง รวมถึงฉนวนใยหิน ROCKWOOL ใยแก้ว กาวยางทาฉนวน ยาแนวทั่วไป ยาแนวซิลิโคน เทปอลูมิเนียม หมุดและแหวนยึดฉนวน ตลอดจนครอบสันหลังคา พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกวัสดุให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อช่วยให้ระบบฉนวนตอบโจทย์ทั้งด้านเสียง ความร้อน และการใช้งานของอาคาร

 

ติดตามข่าวสาร พร้อมรับโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์พิเศษจากเรา

โทร. 02-467-5103, 02-868-1525, 081-818-7431
อีเมล: sales@unionconmat.co.th, union_conmat@yahoo.com

Exit mobile version